![]() |
|||
![]() |
สาหร่ายเกลียวทองกับผู้สูงอายุและวัยทองแพทย์ชาวญี่ปุ่นมักพูดเสมอว่า เราสามารถจะมีอายุได้โดยไม่ต้องแก่ และเมื่อถึงคราวแก่ก็แก่อย่างสง่างาม แม้ว่าเราจะมีอายุยืน แต่ก็ไม่อยากอยู่ อย่างคนแก่ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ดังนั้น มนุษย์จึงได้พยายามทุกวิถีทางที่ จะรักษาสุขภาพ รักษาร่างกายให้หนุ่มสาวอยู่เสมอ มีผู้สูงวัยที่อายุเกิน 50 ปี จำนวนมากที่มักจะกินไม่เพียงพอกับที่ ร่างกายต้องการ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโรคที่ทำให้ต้องจำกัดอาหาร หรือ การย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์และการดูดซึมอาหารได้น้อย ทำให้ผู้สูงวัย เป็นโรคขาดสารอาหาร และก็เป็นความจริงที่ว่า การขาดสารอาหารอย่าง เรื้อรัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายแก่เร็ว และเกิดเป็นโรคชราก่อนวัยอันควร โรคที่เรียกว่าโรคชรา ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, โรคแผลเปื่อยของ |
||||||||
ทางเดินอาหารแบบต่าง ๆ , มะเร็งบางชนิด, เบาหวาน, โรคไขข้ออักเสบ, โรคต้อกระจก, โรคเกี่ยวกับตับและไตอีกหลายชนิด | |||||||||
โดยเฉพาะการกินอาหารไม่ถูกต้องมานานนับปี โดยกินเนื้อมาก และกินพืชผักเส้นใยน้อย และเก็บของเสียไว้ในลำไส้เป็น | |||||||||
เวลานาน จึงมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่เป็นโรคท้องผูกเรื้อรังต้องใช้ยาระบายเป็นประจำ บางท่านเป็นมะเร็งลำไส้ | |||||||||
สาหร่ายเกลียวทอง ได้รับการยืนยันจากการทดลองในประเทศที่กำลังพัฒนาว่าช่วยแก้ปัญหาการดูดซึมอาหารทั้งในผู้ใหญ่ | |||||||||
และเด็ก โดยเฉพาะคุณสมบัติช่วยในการขับถ่ายดีมาก นอกจากนี้สาหร่ายเกลียวทองยังมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าโปรตีนจากแหล่ง | |||||||||
อื่นมีเบต้าแคโรทีนสูง มีกรดไขมันแกมมาไลโนเลนิกและเหล็ก สตรีวัยทองควรรับประทานแคลเซียมเป็นอาหารเสริมเพื่อป้องกัน | |||||||||
โรคกระดูกผุ | |||||||||
ภาวะทางร่างกายที่แสดงถึงความชราของสตรีคือการหมดประจำเดือนได้ มีการศึกษาที่โรงพยาบาล Denver General รัฐโคโรลาโด สหรัฐอเมริกาพบว่า สตรี 5 คน ในจำนวน 25 คนที่หมดประจำเดือนแล้วกลับมามีประจำเดือนใหม่ อีกหลังจากได้รับประทาน สาหร่ายเกลียวทองจึงสรุปได้ว่าสาหร่ายเกลียวทอง สามารถให้ความเป็นหนุ่มเป็นสาวแก่ร่างกายได้ สาหร่ายเกลียวทอง มักจะถูกมองว่าเป็นอาหารเสริมสำหรับ ผู้อยู่ในวัย 20-40 ปีเพื่อให้พลังงานสำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน แต่ความจริงไม่เป็นดังนั้น ในประเทศญี่ปุ่น(และประเทศไทยด้วย) สำรวจพบว่าผู้ที่ได้รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง มีวัยเกิน 50 ปี ขึ้นไป 70 % ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 57 % |
|||||||||
ผู้สูงอายุเหล่านี้หันมารับประทานสาหร่ายเกลียวทองเพื่อ | |||||||||
1. เพื่อรักษาโรค 45% | |||||||||
สาหร่ายเกลียวทอง - ใช้รักษาปัญหาน้ำตาลในเลือดและเบาหวาน 22% | |||||||||
สาหร่ายเกลียวทอง- ใช้รักษาโรคตา 15% | |||||||||
สาหร่ายเกลียวทอง- เพื่อแก้ปัญหาท้องผูก และรักษาโรคความดัน 14% | |||||||||
2. เพื่อรักษาสุขภาพ 28% | |||||||||
3. ใช้เพื่อเป็นอาหารเสริม 15% | |||||||||
คนญี่ปุ่นไม่ได้ฮือฮาในการกินสาหร่ายเกลียวทองเพื่อเป็นแฟชั่น แต่เขานึกถึงการบำรุงรักษาสุขภาพซึ่งก็มีผลให้เห็น | |||||||||
อย่างหนึ่งว่าใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของคนญี่ปุ่นนั้นมีน้อยกว่าของชาวอเมริกัน โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะรับประทาน | |||||||||
สาหร่ายเกลียวทองวันละ 4 กรัม (8เม็ดๆ ละ 500 มก.) เป็นประจำเพื่อเป็นการรักษาสุขภาพ | |||||||||
![]() |
|||||||||
|
|||||||||