![]() |
|
||
![]() |
โรคตาโรคเกี่ยวกับตาได้เพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้สูงอายุ เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจกและ การสูญเสียเรตินาอันเนื่องจากโรคเบาหวานและโรคสายตาสั้นในนักเรียน นักศึกษา นักศึกษา โรคเหล่านี้บางทีเกิดขึ้นเนื่องจากมีโรคชรามาเกี่ยวข้อง เช่น โรคความดัน โลหิตสูง และโรคเบาหวาน ดร.ยาชิโตะ ยามาซากิ แพทย์ชาวญี่ปุ่นได้เริ่มใช้ สาหร่ายเกลียวทอง ช่วยในการบำบัดคนไข้มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 1976 โดยใช้เสริมกับยาสมัยใหม่ ที่ใช้รักษาโรคตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคตาที่เกี่ยวข้องกับโรคชรา ดร.ยาชิโตะ ยามาซากิ ได้รายงานว่า 90% ของคนไข้โรคต้อกระจกจำนวน 480 รายนั้น โรคได้หยุดการแพร่เชื้อ |
|||||||||
หรือสายตาดีขึ้น และคนไข้380 รายนั้น มีความดันโลหิตและอาการของเส้นเลือดในเรตินาตีบดีขึ้น | ||||||||||
คนไข้ที่แพทย์จ่าย สาหร่ายเกลียวทอง ให้นี้ได้รับคำสั่งให้ดูแล และปฏิบัติตนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมอาหาร | ||||||||||
ห้ามดูทีวี และต้องใส่แว่นตาดำ เพื่อตัดแสงอุลตร้าไวโอเล็ต สำหรับคนไข้โรคต้อกระจกนั้น แพทย์ได้ให้ยาหยอดตา 4 – 5 | ||||||||||
ครั้ง/วัน พร้อมเลือกใช้ยายี่ห้อต่างๆ เช่น Tachion Parotin (ทาซิออน พาโรทิน) หรือ Thiola (ไธโอลา) โดยกินหลัง | ||||||||||
อาหารร่วมกับสาหร่ายเกลียวทอง ปริมาณสาหร่ายเกลียวทองที่ให้ ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นน้อย | ||||||||||
ก็ให้มื้อละ 4 เม็ด วันละ2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น ถ้าเป็นมากก็ให้ มื้อละ 4 เม็ด 3 มื้อ และให้กลับมาตรวจสายตาและ | ||||||||||
ตรวจทางห้องปฏิบัติการ 1-2 อาทิตย / ครั้ง | ||||||||||
สำหรับขนาดการใช้สาหร่ายเกลียวทองกับคนไข้ของ ดร. ยาชิโตะ ยามาซากิ นั้นใช้ 20 – 30 เม็ดต่อวันเป็นมาตรฐาน | ||||||||||
และได้ทดลองใช้ขนาดนี้กับคนไข้หลายรายติดต่อกันเป็นเวลาถึง 600 วัน ไม่ปรากฏมีรายใดมีผลข้างเคียงอันเนื่องมาจาก | ||||||||||
การใช้สาหร่ายเกลียวทอง เป็นเวลานาน ๆ เลย | ||||||||||
การใช้สาหร่ายเกลียวทองเป็นประจำเพียงอย่างเดียว (โดยไม่ใช้ยาอื่นร่วมด้วย) ก็จะช่วยให้การติดเชื้อโรคตาบางชนิด | ||||||||||
ยากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ผิวหนังบาง แพ้ง่าย เด็กนักเรียนที่มักเป็นไข้หวัด มีน้ำมูกไหล | ||||||||||
และผู้ที่มักเป็นเม็ดที่เยื้อหุ้มตา อย่างไรก็ตามถ้าจะใช้สาหร่ายเกลียวทองให้ได้ผลอย่างเต็มที่ก็จะต้องจัดระบบชีวิตเสียใหม่ให้ | ||||||||||
เหมาะสมไม่กินอาหารจุบจิบระหว่างมื้อหรือกินอาหารที่ไม่ถูกส่วน | ||||||||||
ในแง่ของการบำบัด การที่มีโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่สูง ย่อมเป็นส่วนเสริมพลังของสาหร่ายเกลียวทอง และ | ||||||||||
จากการศึกษาทดลองเราเชื่อว่าสาหร่ายเกลียวทอง มีอิทธิพลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการบำบัดอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่ง | ||||||||||
ไปกว่านั้นเมื่อใช้สาหร่ายเกลียวทอง ในการบำบัดจริง ๆ ในโรงพยาบาล ก็พบว่า สาหร่ายเกลียวทองไม่เพียงแต่จะเป็น | ||||||||||
อาหารเสริมเท่านั้นแต่่สามารถใช้บำบัดโรคผู้สูงอายุเรื้อรังได้อีกด้วย | ||||||||||
![]() |
||||||||||
|
||||||||||