![]() |
|||
![]() |
ความสำคัญของโภชนาการคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจะเป็นพื้นฐานของความสุขทั้งปวง แต่คนเราจะมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้นั้นจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีคุณ ค่าครบถ้วนและปริมาณ เพียงพอซึ่ง เราเรียกว่า "บริโภคอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการ" ประโยชน์ของอาหารต่อสุขภาพทางกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต คนเราจะมีรูปร่างสูงใหญ่เพียงใดขึ้นอยู่กับ การรับประทานอาหารและ พันธุ์กรรม ของแต่ละคน คนที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่มีรูปร่างสูง ใหญ่ หากรับประทานอาหาร ถูกหลักโภชนาการร่างกายก็จะสูงใหญ่ตามลักษณะทางพันธุกรรม ตรงกันข้ามกับคนที่ รับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ รูปร่างก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ทำให้ตัวเล็กกว่า ปกติได้ แม้จะมีลักษณะทางพันธุกรรมที่มีรูปร่างสูงใหญ่ก็ตาม |
||||||||
ทำให้หญิงมีครรภ์และทารกในครรภ์แข็งแรง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารถูกหลัก โภชนาการ จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างมีครรภ์ได้ เช่น การแท้งบุตร การคลอดบุตรก่อนกำหนดเป็นต้น นอกจากนี้หญิงมีครรภืที่รับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการ ร่างกายจะแข็งแรง และทารกในครรภ์ก็จะเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกายและสมองอย่างปกติ เมื่อคลอดทารกก็จะ คลอดได้ง่าย และทารกที่คลอดก็จะมีสุขภาพแข็งแรงเจริญเติบโตเป็นปกติ ไม่เจ็บป่วยได้ง่ายและผู้เป็นมารดาก็จะฟื้น คืนสู่ภาวะปกติหลังจากคลอดบุตรได้อย่างรวดเร็วด้วย |
|||||||||
ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคไม่เจ็บป่วยได้ง่าย คนที่ได้รับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการ ร่างกายจะสามารถต้านทานโรคได้ดีเพราะมีภูมิต้านทานโรคดี แม้เมื่อมีอาการเจ็บป่วย เล็กน้อยหรือไม่รุนแรงร่างกายก็จะสามารถรักษาตัวเองได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ |
|||||||||
ทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น คนเราจะมีอายุยืนยาวได้ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น สภาพแวดล้อมที่ดี การแพทย์และสาธารณสุขดี มีการรักษาสุขภาพ ร่างกายดี และที่สำคัญคือรู้จักเลือกรับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการ ก็จะ ทำให้แข็งแรง มีอายุยืนยาวขึ้นได้ |
|||||||||
ทำให้สมองและสติปัญญาดี สมองของคนจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และเมื่อคลอดแล้วสมองก็จะยังคงเจริญเติบโตต่อไปอีก หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการจะทำให้สมองของทารกในครรภ์มีการพัฒนาเจริญเติบโต อย่างเต็มที่ และเมื่อคลอดออกมาแล้ว ถ้าเด็กได้รับประทานอาหารถูกหลักโภชนาการโดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-3 ปี เด็กจะมีพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาอย่างสมบูรณ์ ถึงร้อยละ 80 ของสมองทั้งหมด |
|||||||||
![]() |
|||||||||
|
|||||||||